status today From condo

เเจ้งผู้เยี่ยมชม บล็อกนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนรู้ในการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่าผู้เยี่ยมชม ผมผู้จัดทำบล็อก ขออภัยหากเกิดข้อผิดพลาดประการใด ขอกล่าวคำว่า "ขอโทษ"

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน ต่างกันอย่างไร

สถาปัตยกรรม (อังกฤษ : architecture) หมายรวมถึง อาคารหรือสิ่งก่อสร้าง รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสิ่งปลูกสร้างนั้น ที่มาจากการออกแบบของมนุษย์ ด้วยศาสตร์ทางด้านศิลปะ การจัดวางที่ว่าง ทัศนศิลป์ และวิศวกรรมการก่อสร้าง เพื่อประโยชน์ใช้สอย สถาปัตยกรรมยังเป็นสื่อความคิด และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของสังคมในยุคนั้นๆอีกด้วย

สถาปัตยกรรมภายใน

ในประเทศไทยสถาปัตยกรรมภายใน เป็นสาขาวิชาชีพควบคุม อยู่ภายใต้ สภาสถาปนิก 
คำจำกัดความของสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ถูกระบุใน พรบ.สถาปนิก 2543
 และ กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 [1] ว่าหมายถึง
 "วิชาชีพสถาปัตยกรรมที่ใช้ศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์องค์ประกอบทาง
กายภาพและสภาพแวดล้อมภายในอาคาร" สถาปนิกที่ออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 
สำหรับพื้นที่ภายในอาคารสาธารณะที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 500 ตารางเมตรขึ้นไป 
ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีสมาคมวิชาชีพของสถาปนิกภายใน 
ชื่อ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย หรือ TIDA (Thailand Interior Designers' Association)

 ถ้ากล่าวถึงความหมายแต่อย่างเดียวมิใช้การประกอบวิชาชีพควบคุม "ให้ยึดถือข้างต้นเป็นหลัก
"สถาปัตยกรรมหลัก (อาคาร) ความหมายของคำว่า สถาปัตยกรรมภายใน
จะมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า"ออกแบบตกแต่งภายในและมัณฑนศิลป์" 
ซึ่งมีความหมายค่ข้างตรงตัวอยู่แล้ว สถาปัตยกรรมภายใน น่าจะหมายรวมถึง 
"การก่อเกิดความงามที่ยังประโยชน์ แฝงความหมายแห่งศิลปกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม
 เพื่อตอบสนองการใช้งานของมนุษย์ ที่เป็นผู้ใช้สอยพื้นที่ว่างภายในอาคาร (space) มนุษย์กับ
สิ่งแวดล้อม (human and environmentโดยเกี่ยวโยงถึงการพิจารณาถึงระยะและขนาดเนื้อที่ต่างๆ
 อันเกี่ยวข้องกับ สัดส่วนของมนุษย์ (human scale in architecture) ความต้องการระยะ
และเนื้อที่ใช้สอยภายในอาคาร ( human scale) อันจะเกี่ยวพันกับการ ยืน เดิน นั่ง นอน 
และการที่มนุษย์จะทำกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ว่างของอาคารการที่จะออกแบบให้อาคาร
มีรูปแบบและพื้นที่เพื่อตอบสองการใช้งานของมนุษย์ โดยการเลือกใช้วัสดุต่างๆ 
ตามคุณสมบัติมาใช้งานให้ก่อเกิดเป็นรูปร่าง ทั้ง พื้น ผนัง เพดาน ทั้งสามมิติ 
และห่อหุ้มพื้นที่ว่างเอาไว้ให้มนุษย์ได้ใช้งาน ทั้งจากร่างกาย และสายตา รวมถึงอารมณ์ 
ความรู้สึก ผ่านรูปแบบ สีสัน ผิวสัมผัส (Texture)ของวัสดุต่างๆ อาจหมายรวมให้กว้าง
ไปถึงงานระบบต่างๆที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการใช้อาคาร เช่น แสง สี เสียง 
และระบบวิศวกรรมที่เกียวข้อง ทั้งหลายที่กล่าวมาพอจะประกอบรวมกัน
 เป็นคำว่า สถาปัตยกรรมภายใน ในยุคสมัยปัจจุบันได้ หรืออาจกล่าวสั้นๆได้คือ
 "การออกแบบพื้นที่ว่างภายในอาคาร (space) และการเลือกใช้วัสดุมาก่อสร้าง
เพื่อห่อหุ้มพื้นที่ว่างภายในอาคารเพื่อตอบสนองการใช้งานของมนุษย์(human scale)
 รวมถึงการประดับตกแต่ง ศิลปะแขนงต่างๆ (arts)"
 "ถ้ากล่าวถึงการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมภายใน" ในประเทศไทยก็ให้ยึดถือเอาตา
สภาสถาปนิก
อ้างอิง http://th.wikipedia.org/

สถาปัตยกรรมเพื่อสิ่งเเวดล้อม


หลายปีมานี้แนวความคิดในการออกแบบอาคารที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
มีให้เห็นมากขึ้น   และมีชื่อเรียกหลากหลาย  เช่น     สถาปัตยกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
  สถาปัตยกรรมอณุรักษ์พลังงาน  สถาปัตยกรรมสีเขียว  สถาปัตยกรรมยังยื่น 
ทั้งนี้อาจจะเริ่มขึ้นด้วยปัณหาโลกร้อนGlobal  warming  โดยมีแนวคิดหลักๆดังนี้ 

สภาพภูมิอากาศ                 
           ลม
        
วัสดุก่อสร้างอาคาร  การจัดวางตำแหน่งของอาคาร

      


       
  แนวความคิดที่ได้มานี้  เกิดจากการได้ดูองค์ประกอบรวมของสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา 

 ดัง นั้นหากสถาปนิกซึ่งเป็นตัวแปลสำคัญในเรื่อง  นี้มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม      
 ผนวกกับการออกแบบอาคารให้งดงามแล้วนั้น สถาปัตยกรรมในโลกอนาคต (อันใกล้) 

 การ วางตำแหน่งของอาคารโดยทั่วไป ต้องทำการพิจารณาทิศทางของดวงอาทิตย์ 
มุมที่ดวงอาทิตย์ทำต่อโลกตลอดรอบปี  เมื่อทำการออกแบบผนังอาคาร การกำหนดขนาดและ
ตำแหน่งของหน้าต่าง การออกแบบแผงกันแดด และการวางผังภายในของอาคาร สถาปนิกสามารถ
ออกแบบรูปร่างของอาคาร ให้ป้องกันลมในฤดูหนาวและรับลมในฤดูร้อน ขณะที่การออกแบบภายใน
อาคาร  ควรจัดวางผังให้เกิดการไหลเวียนของลม   อย่างมีประสิทธภาพ เพื่อลดพลังงานอีกทางหนึ่งด้วย               

เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา ในการวางมาตรการการปรับอากาศในอาคาร 
โดยทั่วไปแล้วมวลของผนังภายนอกอาคาร และหลังคายิ่งมากเท่าไหร่  ระยะเวลาในการถ่ายเทความร้อน 
ระห่างภายในและภายนอกอาคาร ยิ่งยาวนานขึ้นเท่านั้น เราสามารถใช้ประโยชน์  จากความรู้นี้ได้หลายวิธี 
ยกตัวอย่างเช่น ในการสร้างอาคารที่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี ในเวลากลางวัน สามารถทำได้ 
โดยการใช้วัสดุก่อสร้าง  อาคารที่มีมวลความร้อนต่ำ หลักการนี้ควรใช้ให้สอดคล้อง 
กับระบบปรับอากาศภายในอาคาร เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูง
     
 วิธีการปรับอากาศตามธรรมชาติการหันทิศทาง ของอาคาร ให้รับลมได้มากที่สุดในฤดูร้อน 
วางตำแหน่งหน้าต่าง ให้มีการไหลเวียนของลม  อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ผนังกันสาดและองค์ประกอบอื่นๆ
 เพื่อช่วยให้เกิดช่องทางการไหลของลมผ่านอาคาร สร้างช่องลมที่ฝ้าเพดานหรือชายคา
 เพื่อระบายอากาศร้อนออกจากอาคาร

สถาปนิคที่ชื่นชอบทั้ง อดีตเเละปัจจุบัน



ประวัติ ludwig mies van der rohe สถาปนิกผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

Ludwig Mies van der Roheวันนี้เราจะมาศึกษาประวัติ  Ludwig Mies Van Der Rohe สถาปนิกผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งทุกๆวันที่ 27 มีนาคม ทุกปีจะเป็นวันคล้ายวันเกิด ของสาถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ ที่ทั่วโลกรู้จักัน เพราะเป็นสถาปนิกที่ได้ให้กำเนิดสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เราได้เห็นในทุกวันนี้
Ludwig Mies van der Rohe (ลุดวิค ไมีส วาน เดอ โรห์ล) นักสถาปนิกที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นชาวเยอรมัน หรือที่เรารู้จักกันในนาม “ลุดวิค ไมีส วาน เดอ โรห์ล” เป็นบุตรชายของผู้รับเหมาก่อสร้างอิฐ กำเนิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1886 Ludwig Mies van der Rohe ได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัย ใหม่ เขาได้สร้างสรรค์รูปแบบและรูปทรงด้านสถาปัตยกรรมในยุคศตวรรษที่ 20 ที่สร้างความเด่นชัดถึงความโปร่งโล่งและอยู่บนความเรียบง่าย โดยที่อาคารออกแบบของเขาจะใช้วัสดุ [Materials] สมัยใหม่ อย่างเช่น เหล็ก แผ่นกระจก เพื่อแสดงขอบเขตสถาปัตยกรรมภายใน เขามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่ใช้โครงสร้างจำนวนน้อยชิ้นในการจัด ระเบียบโครงสร้างอย่างสมดุล ต่อพื้นที่เปิดโล่งอิสระเรียง่าย เบาบางแต่แข็งแรง เขาเรียกอาคารของเขาว่า สถาปัตยกรรม “ผิวหนังและกระดูก” เขายังเสาะแสวงหาเหตุผล ในการออกแบบที่เป็นแนวทางกับขั้นตอนการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ที่เป็นที่รู้จักในวิธีที่เรียกว่า “น้อยๆดีกว่า” (less is more) และ God is in the details





สำหรับปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 126 ปีของการยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติของ ludwig mies van der rohe  และนอกจากนี้ ludwig mies van der rohe เสีชีวิตเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ต 1969 ด้วยวัย 83 ปี หลังจากที่เผาศพ ขี้เถ้าของเขาถูกฝังอยู่ใกล้กับสถานที่เชิดชูเกียรติของเขาสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของชิคาโกอื่น ๆ ในชิคาโกของเกรซแอนด์สุสาน หลุมฝังศพของเขาถูกทำเครื่องหมายโดยแผ่นหินสีดำที่เรียบง่ายของหินแกรนิตและ ฮันนี่ต้นไม้ขนาดใหญ่ปาทังกา

ผลงาน

Ludwig Mies van der Rohe เริ่มออกฝึกงานกับสถาปนิกพื้นบ้านและเป็นนักออกแบบ ตั้งแต่อายุได้ 15 ปี
พออายุได้ 19 ปี Ludwig Mies van der Rohe ก็ไปเป็นช่างออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในเบอร์ลิน
ในปี 1908-1911 ไปเป็นผู้ช่วยของ peter behrens ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเบอร์ลิน เบเรนส์เป็นสถาปนิกชั้นนำของเยอรมัน
ในต้นปี 1911 Ludwig Mies van der Rohe ได้ออกแบบ steel skyscraper ใช้เหล็กกับกระจกทั้งอาคาร นอกจากนั้นมีอาคารอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัย โดยยึดหลักเปิดช่องว่าง ( open space )
  • ในปี 1959 ได้รับรางวัล Order Pour le Mérite
  • ในปี 1959 ได้รับรางวัล Royal Gold Medal
  • ในปี 1960 ได้รับรางวัล AIA Gold Medal
  • ในปี 1963 ได้รับรางวัล Presidential Medal of Freedom
ตัวอย่างผลงานของเขา ที่น่าสนใจ
Ludwig Mies van der Rohe


Ludwig Mies van der Rohe



อ้างอิง : http://www.sanooklive.com


สถาปนิคคนปัจจุบันที่ชื่นชอบ





Zaha hadid







ซาฮา ฮาดิด (อาหรับ: زها حدي&#1583‎; อังกฤษ: Zaha Hadid ) (เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1950) เป็นสถาปนิกหญิงชาวอิรัก-อังกฤษ แนวดีคอนสตรักติวิสซึมชื่อดังของอังกฤษ
ฮาดิด เกิดที่กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ได้รับปริญญาทางคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งกรุงเบรุต ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อทางด้านสถาปัตยกรรมที่สถาบันเอไอเอ ในกรุงลอนดอน หลังจบการศึกษา เธอได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนของสำนักงานสถาปัตยกรรมเมโทรโปลิตัน ทำงานร่วมกับ เร็ม คูลฮาส สถาปนิกชื่อดังชาวดัชท์ที่เคยเป็นอาจารย์ของเธอ ในปีค.ศ. 1979 เธอยังได้ก่อตั้งสำนักงานสถาปนิกของตนเองขึ้นในกรุงลอนดอน และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1980 เธอยังได้เป็นอาจารย์ในสถาบันเอไอเออีกด้วย


เธอยังมีผลงานด้านการออกแบบตกแต่งภายในจำนวนมาก รวมถึง Mind Zone ที่มิลเลนเนียมโดม ในกรุงลอนดอน อีกทั้งได้รับรางวัลในการประกวดแบบนานาชาติจำนวนมาก แม้ว่าผลงานออกแบบส่วนใหญ่ของเธอจะไม่ได้สร้างจริงก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดอะ พีค คลับ ในฮ่องกง (ค.ศ. 1983) และโรงโอเปราแห่งอ่าวคาร์ดิฟ ในแคว้นเวลส์(ค.ศ. 1994) ในปีค.ศ. 2002 เธอได้รับรางวัลการประกวดแบบนานาชาติในการออกแบบผังแม่บท วัน-นอร์ทของสิงคโปร์ ในปีค.ศ. 2005 ผลงานออกแบบของเธอได้รับรางวัลในการประกวดแบบคาสิโนแห่งใหม่ของเมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในปีค.ศ. 2004 ซาฮา ฮาดิด ได้กลายเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลพริตซเกอร์ทางสถาปัตยกรรม ก่อนหน้านี้ เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการอัศวินแห่งจักรวรรดิอังกฤษ สำหรับการอุทิศตนด้านสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ เธอยังเป็นกรรมการของคณะบรรณาธิการสารานุกรมบริแทนนิกาอีกด้วย 







เพลง ลืม อีทีซี


หาก สิ่งๆใดสำคัญ กับไครจริงๆ ก้อจะไม่ลืมมันง่ายๆ

ยินดีต้อนรับสู่บล็อก

บล็กนี้เป็นบล็กส่วนตัวใช้ประกอบการเรียน
ในรายวิชา อินเตอร์เน็ตเเละการสื่อสารในชีวิตประจำวัน 



ทายสิว่า รูปไหน ปี1 2 3