ประวัติ ludwig mies van der rohe สถาปนิกผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
วันนี้เราจะมาศึกษาประวัติ Ludwig Mies Van Der Rohe สถาปนิกผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งทุกๆวันที่ 27 มีนาคม ทุกปีจะเป็นวันคล้ายวันเกิด ของสาถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ ที่ทั่วโลกรู้จักัน เพราะเป็นสถาปนิกที่ได้ให้กำเนิดสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เราได้เห็นในทุกวันนี้Ludwig Mies van der Rohe (ลุดวิค ไมีส วาน เดอ โรห์ล) นักสถาปนิกที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นชาวเยอรมัน หรือที่เรารู้จักกันในนาม “ลุดวิค ไมีส วาน เดอ โรห์ล” เป็นบุตรชายของผู้รับเหมาก่อสร้างอิฐ กำเนิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1886 Ludwig Mies van der Rohe ได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัย ใหม่ เขาได้สร้างสรรค์รูปแบบและรูปทรงด้านสถาปัตยกรรมในยุคศตวรรษที่ 20 ที่สร้างความเด่นชัดถึงความโปร่งโล่งและอยู่บนความเรียบง่าย โดยที่อาคารออกแบบของเขาจะใช้วัสดุ [Materials] สมัยใหม่ อย่างเช่น เหล็ก แผ่นกระจก เพื่อแสดงขอบเขตสถาปัตยกรรมภายใน เขามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่ใช้โครงสร้างจำนวนน้อยชิ้นในการจัด ระเบียบโครงสร้างอย่างสมดุล ต่อพื้นที่เปิดโล่งอิสระเรียง่าย เบาบางแต่แข็งแรง เขาเรียกอาคารของเขาว่า สถาปัตยกรรม “ผิวหนังและกระดูก” เขายังเสาะแสวงหาเหตุผล ในการออกแบบที่เป็นแนวทางกับขั้นตอนการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ที่เป็นที่รู้จักในวิธีที่เรียกว่า “น้อยๆดีกว่า” (less is more) และ God is in the details
ผลงาน
Ludwig Mies van der Rohe เริ่มออกฝึกงานกับสถาปนิกพื้นบ้านและเป็นนักออกแบบ ตั้งแต่อายุได้ 15 ปีพออายุได้ 19 ปี Ludwig Mies van der Rohe ก็ไปเป็นช่างออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในเบอร์ลิน
ในปี 1908-1911 ไปเป็นผู้ช่วยของ peter behrens ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเบอร์ลิน เบเรนส์เป็นสถาปนิกชั้นนำของเยอรมัน
ในต้นปี 1911 Ludwig Mies van der Rohe ได้ออกแบบ steel skyscraper ใช้เหล็กกับกระจกทั้งอาคาร นอกจากนั้นมีอาคารอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัย โดยยึดหลักเปิดช่องว่าง ( open space )
- ในปี 1959 ได้รับรางวัล Order Pour le Mérite
- ในปี 1959 ได้รับรางวัล Royal Gold Medal
- ในปี 1960 ได้รับรางวัล AIA Gold Medal
- ในปี 1963 ได้รับรางวัล Presidential Medal of Freedom

อ้างอิง : http://www.sanooklive.com
สถาปนิคคนปัจจุบันที่ชื่นชอบ
Zaha hadid
ซาฮา ฮาดิด (อาหรับ: زها حديد อังกฤษ: Zaha Hadid ) (เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1950) เป็นสถาปนิกหญิงชาวอิรัก-อังกฤษ แนวดีคอนสตรักติวิสซึมชื่อดังของอังกฤษ
ฮาดิด เกิดที่กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ได้รับปริญญาทางคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งกรุงเบรุต ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อทางด้านสถาปัตยกรรมที่สถาบันเอไอเอ ในกรุงลอนดอน หลังจบการศึกษา เธอได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนของสำนักงานสถาปัตยกรรมเมโทรโปลิตัน ทำงานร่วมกับ เร็ม คูลฮาส สถาปนิกชื่อดังชาวดัชท์ที่เคยเป็นอาจารย์ของเธอ ในปีค.ศ. 1979 เธอยังได้ก่อตั้งสำนักงานสถาปนิกของตนเองขึ้นในกรุงลอนดอน และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1980 เธอยังได้เป็นอาจารย์ในสถาบันเอไอเออีกด้วย
ฮาดิด เกิดที่กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ได้รับปริญญาทางคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งกรุงเบรุต ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อทางด้านสถาปัตยกรรมที่สถาบันเอไอเอ ในกรุงลอนดอน หลังจบการศึกษา เธอได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนของสำนักงานสถาปัตยกรรมเมโทรโปลิตัน ทำงานร่วมกับ เร็ม คูลฮาส สถาปนิกชื่อดังชาวดัชท์ที่เคยเป็นอาจารย์ของเธอ ในปีค.ศ. 1979 เธอยังได้ก่อตั้งสำนักงานสถาปนิกของตนเองขึ้นในกรุงลอนดอน และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1980 เธอยังได้เป็นอาจารย์ในสถาบันเอไอเออีกด้วย

เธอยังมีผลงานด้านการออกแบบตกแต่งภายในจำนวนมาก รวมถึง Mind Zone ที่มิลเลนเนียมโดม ในกรุงลอนดอน อีกทั้งได้รับรางวัลในการประกวดแบบนานาชาติจำนวนมาก แม้ว่าผลงานออกแบบส่วนใหญ่ของเธอจะไม่ได้สร้างจริงก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดอะ พีค คลับ ในฮ่องกง (ค.ศ. 1983) และโรงโอเปราแห่งอ่าวคาร์ดิฟ ในแคว้นเวลส์(ค.ศ. 1994) ในปีค.ศ. 2002 เธอได้รับรางวัลการประกวดแบบนานาชาติในการออกแบบผังแม่บท วัน-นอร์ทของสิงคโปร์ ในปีค.ศ. 2005 ผลงานออกแบบของเธอได้รับรางวัลในการประกวดแบบคาสิโนแห่งใหม่ของเมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในปีค.ศ. 2004 ซาฮา ฮาดิด ได้กลายเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลพริตซเกอร์ทางสถาปัตยกรรม ก่อนหน้านี้ เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการอัศวินแห่งจักรวรรดิอังกฤษ สำหรับการอุทิศตนด้านสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ เธอยังเป็นกรรมการของคณะบรรณาธิการสารานุกรมบริแทนนิกาอีกด้วย


ในปีค.ศ. 2004 ซาฮา ฮาดิด ได้กลายเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลพริตซเกอร์ทางสถาปัตยกรรม ก่อนหน้านี้ เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการอัศวินแห่งจักรวรรดิอังกฤษ สำหรับการอุทิศตนด้านสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ เธอยังเป็นกรรมการของคณะบรรณาธิการสารานุกรมบริแทนนิกาอีกด้วย




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น